หลังจากบอกลากับโอเปร่าเฮ้าส์ เราย้อนกลับมายัง Circular Quay เพื่อมุ่งหน้าสู่ The Rocks
แหล่งชม ชิม ชิลล์ ช๊อป อีกแหล่งหนึ่งของซิดนีย์ ก่อนจะไปเดินทอดน่องใน ​The Rocks
ขอไปเดินปล่อยอารมณ์ติสๆ ที่ MCA (Museum of Contemporary Art) ซักนิสนุงก่อน
 
 
ที่นี่จะคล้ายกับ TCDC  ของบ้านเราเลยคะ แต่จะเป็นอาคารเดี่ยว 4 ชั้น
ชั้น 4  เป็นคาเฟ่ (วิวดีมากมองจากบนนี้เห็นโอเปร่าเฮ้าส์และฮาร์เบอร์บริชสวยอีกแบบนึงเลยคะ)
ชั้น 1-3 เป็นโซนจัดแสดงนิทรรศการ โดยในแต่ละช่วงจะมี Exhibition หมุนเวียนกันมา
ให้เราได้สร้างแรงบันดาลใจกันอยู่ตลอด ช่วงที่เรามาดูจะเป็นเรื่อง Possible Composition
เป็นการจัดแสดงผลงานจากศิลปินจากทั่วเอเชียแปซิฟิก เกี่ยวกับองค์ประกอบของศิลปะในหลายๆ แขนง
ที่น่าดีใจก็คือ มีผลงานของศิลปินไทยอยู่ถึง 3 คนเลยทีเดียวคะ
 
หนึ่งในสี่ผลงานนี้เป็นของคนไทยคะ ลองทายกันดูมั้ยว่าชิ้นไหนกันนะเป็นฝีมือของศิลปินจาวเจียงใหม่
 
 
 
งานศิลปะ เป็นสิ่งนึงที่เราคิดว่ามันยากที่เราจะเข้าถึงมันได้จริงๆ
เวลาเราเข้าไปดูงานศิลป์ เราจะยืนอยู่ตรงหน้างานแต่ละชิ้นนานมากๆ
ที่ใช้เวลานานไม่ใช่ว่าเรากำลังวิจารณ์งานชิ้นนั้นอยู่หรอก
แต่เราพยายามที่จะเข้าใจสิ่งที่ศิลปินต้องการสื่อสารออกมาต่างหาก
พอคิดว่าเราเข้าใจแล้วก็จะย้อนกลับไปอ่านคำอธิบายของงานนั้นๆ
(ซึ่งประหลาดไปน่ะ เพราะคนอื่นเค้าจะอ่านก่อนแล้วค่อยมาดูเนอะ 55)
 
งานบางชิ้นเราไม่ได้เข้าใจแม้แต่นิดเดียว แต่เราก็ชอบความสวยงามที่มันเป็น ซึ่งไม่รู้หรอกว่าศิลปินจะดีใจมั้ย
แต่ทุกชิ้นที่เราได้แค่ "ดู" เราก็มีความสุขกับมันแล้วล่ะ
 
----------------------------------
 
หลังจากเสพงานศิลป์อย่างเต็มปอดแล้ว คราวนี้จะพาไปชิลล์ที่ย่าน The Rocks กันต่อเลย
 
 
The Rocks Markets เป็นตลาดที่เปิดให้คนมาดู มาซื้อ ของที่เอามาโชว์ เอามาขายที่นี่ 100% Handmade
ซึ่งก็มีตั้งแต่เครื่องประดับ เสื้อผ้า หมวก รองเท้า แว่นตา ของตกแต่งบ้าน งานศิลปะ รวมไปถึงของหาดูยากด้วย
(ขอบอกว่าถ้ามาวันธรรมดาอาจจะเซ็งได้คะ เพราะที่เปิดเสาร์​ - อาทิตย์ เท่านั้นนะจ๊ะ)
 
หรือใครอยากจะซื้อของฝากกลับไปให้เพื่อนที่ไทย
มาที่นี่ก็จะได้ของฝากที่แปลกออกไปกว่า ตุ๊กตาจิงโจ้ หมีโคล่า บูมเมอแรงหรือ UGG อย่างแน่นอน
แต่อย่างที่บอกไปว่าเป็นของแฮนด์เมด และทุกร้านติดป้าย NO PHOTO!! เลยถ่ายรูปมาให้ดูได้น้อย
 
เดินวนจนเกือบครบทุกร้าน สายตามองไปเห็นร้านขายเสื้อผ้าเด็ก
เราเดินเข้าไปดูแบบไม่ได้คิดอะไรนอกจากว่า
ร้านเสื้อผ้านี้มัน โครตน่ารักเลยอ่ะ ที่น่ารักเพราะสีสันดูอ่อนโยนน่าทะนุทะนอม ดีไซน์แตกต่างจากที่เคยเห็น
 
น่ารักจนเราอดถามเจ้าของร้านไม่ได้ว่า ทั้งหมดนี้เค้าทำขึ้นมาเองจริงๆ เหรอ มันน่าทึ่งมาก
เจ้าของร้านไม่ได้ถามเราซักคำว่าเราสนใจชิ้นไหน
 
เธอเพียงมองหน้าเราพร้อมส่งยิ้มและ
อุ้มเด็กผู้หญิงคนนึงที่กำลังเล่นอยู่ในรถเข็นขึ้นมา แล้วก็บอกว่าความน่ารักทั้งหมดที่เห็นเกิดจากเด็กคนนี้
เธอยังเล่าอีกว่าตอนที่เธอตั้งท้อง เธอคิดว่าอยากให้ลูกสาวของเธอได้ใส่เสื้อที่ตัดเย็บอย่างปราณีต เพราะผิวของทารกมันบอบบางมาก หากมีตะเข็บที่ไม่เรียบร้อย หรือผ้าที่ถักทอมาไม่ดี อาจทำให้ระคายเคือง
เธอจึงพยามยามเรียนรู้การตัดเย็บ เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกของเธอ...
 
น่าเสียดายที่หน้าร้านเธอติดป้าย No Photo
แต่เราก็ดีใจมากที่ได้พูดคุยกับเธอเป็นเวลาสั้นๆ เพราะลูกค้าเข้าร้านไม่หยุด
 
นี่ละมั้งมันเป็นเสน่ห์สุดๆ ของการเดินตลาดของทำมือเลยล่ะ
เราชอบที่ได้รับรู้ที่มาของสิ่งนั้นๆ ซึ่งทุกชิ้นมักจะเกิดจากความรักในสิ่งนั้นแล้วก็ตั้งใจทำมันขึ้นมา
มันจะดูมีเรื่องราว มีคุณค่าเมื่อมันมาอยู่ในมือเราด้วยล่ะ
 
---------------------------------------------------
 
ตกเย็นท้องก็เริ่มส่งเสียงขออาหาร เราจึงไปหยุดอยู่หน้าร้านอาหารเยอรมันอันเลื่องชื่อ Lowenbrau Bar
ขาหมูเยอรมัน ที่เห็นสั่งกันทุกโต๊ะเนี่ย มันช่างกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะได้เป็นอย่างดี
ส่วนคุณผู้ชายที่เป็นคอเบียร์ก็ไม่ควรจะพลาด เบียร์มะม่วง ที่เค้าบอกกันว่ามันสุโค่ยยยย
 
ระหว่างที่หยุดรอคิวที่ยาวมากๆ ทางร้านก้สร้างความบันเทิงให้แขกด้วยวงดนตรีสามลุง
(ขอเรียกแบบนั้น อย่างที่ภาพอธิบาย) ที่มาบรรเลงให้บรรยากาศแถวนั้นครื้นเครงดีจริงๆ ก็เลยทำให้แขกหยุดทานแล้วหันเอากล้องมาถ่ายรูปสามลุง คิดในใจว่า..แล้วแบบนี้เมื่อไรจากินกันเสร็จ เราก็หิวน้าาาา Undecided
 
 
แต่ก็รอได้ไม่นาน..ความอยากก็พ่ายความหิว เราตัดสินใจบอกลาขาหมูเยอรมัน
และหันหัวเรือสู่ แพนเค้ก ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องต่อคิวอีกรึป่าว -_-'
เราเดินเลียบ The Rocks Markets มาประมาณ 2 นาที ก็มาถึง Pancake on The Rocks

หน้าร้านโล่งมาก น้ำตาแทบไหล แบบว่าดีใจเป็นที่สุดที่ไม่ต้องเข้าคิวรอเหมือนสาขา Darling Harbour
ที่ต้องไปต่อคิวก่อนที่จะหิวประมาณหนึ่งชั่วโมงเลย
 
หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้เริ่มงง ว่าหิวข้าวไม่ใช่เหรอ ทำไมมากินของหวานง่ะ
ที่ Pancake on the Rocks ไม่ได้ขายแต่แพนเค้กเท่านั้นนะจ๊ะ ยังมีอาหารหนักๆ ที่ทำน้ำลายสอไม่แพ้กันเลย
เมนูอาหารคาวที่ขึ้นชื่อ คือ Pork Ribs ที่มาในจานใหญ่อลังการ อิ่มกันเป็นทีมเลยคะ
แต่วันนี้เราไม่อยากได้เมนูหนักขนาดนั้น เพราะเรามีอาหารหวานรออยู่.. Wink
 
 
อย่างที่เห็นในเมนูด้านบน สองรายการนั้นคือสิ่งที่เราได้สั่งไป
คู่ขวํญของเราในวันนี้คือ Fishman Catch [Fish & Ships] และ Famous Pancake Short Stack
เราออร์เดอร์อาหารทั้งสองอย่างพร้อมกัน แต่พนักงานเสิร์ฟจะถามเราว่าจะให้มาพร้อมกันรึป่าว
เราก็ say NO.. เดี๋ยวไอติมละลาย 555 Undecided
 
ระหว่างนั่งรออาหารด้วยความหิวระดับ 8 ก็มองไปโต๊ะอื่นว่าเค้าสั่งอะไรมากินกันบ้าง
หลักๆ ก็ Pork Ribs จานใหญ่ยักษ์ กริลล์แบบปานกลาง ทาบาบีคิวซอสซะฉ่ำเลย แหม..มันน่านัก
เราอยากสั่งซะจริงๆ แต่เอาไว้คราวหน้าแล้วกัน (กร๊าก..กก)
หลายโต๊ะก็มีสลัดบ้าง พิซซ่าบ้าง เครปแบบของคาวก็มีด้วย และทุกโต๊ะมีแพนเค้กหน้าตาดีไม่ซ้ำกัน
บางจานก็ราดสตรอเบอรี่ โป๊ะวิปครีมก้อนโตเสิร์ฟมาพร้อมกล้วยหอม ไหนจะไอติมราดไซรัปอีกล่ะ
แล้วก็มีแพนเค้กรสช็อกโกแลตด้วยยย น่าหม่ำชะมัดเลย Wink แต่เหมือนเดิมคือ เอาไว้สั่งคราวหน้าละกัน 55
 
เพลินกับอาหารโต๊ะข้างๆ ไปราวๆ 15 นาที พระเอกของเราวันนี้ก็มาถึง
Fishman Catch หรือ Fish & Ships นั่นเอง แปลตรงตัวว่า ปลากับมันฝรั่งทอด
 
 
ทีเด็ดของจานนี้อยู่ที่ความสดของปลา และผัก มันได้ความเข้ากันได้เป็นอย่างดี
ของเนื้อปลาที่กรอบนอกนุ่มใน กับชิพส์ที่ได้รสเค็มของเกลือแบบจางๆ จิ้มกับทาท่าซอส
กินพร้อมกับสลัดเคียงที่ราดน้ำแบบเปรี้ยว
ทำให้จานนี้ปราศจากความเลี่ยน กินต่อได้หมดแบบอิ่มอร่อยพอดีสำหรับสองคนเลยคะ
 
ในระหว่างที่เรากำลังเอร็ดอร่อยกับ Fisherman catch ในสามคำสุดท้าย
พนักงานเสิร์ฟที่คอยเพ่งเล็งเราอยู่ ก็ปรี่เข้ามาถามว่า จะรับของหวานเลยป่าว
เราก็ Say Yes!!! พร้อมส่งยิ้มให้หนึ่งที
 
--------------
 
ผ่านไป 10 นาทีหลังจากที่เราจัดการอาหารคาวเรียบร้อย
นางเอกในของเราก็มาวางอยู่ตรงหน้า
TADAAAA!! ....  น้องแพนเค้ก อันอวบอิ่มทั้ง 2 ชิ้น วางอยู่บนจานที่โรยด้วยไอซิ่งบางๆ
มีไอติมวานิลาก้อนโตโป๊ะอยู่ด้านบน เสิร์ฟพร้อมไซรัปขนาดพอดีหนึ่งถ้วย ให้เราได้ราดตามความพอใจ
จะรอช้าไปใย...จัดการเอาส้อมจิ้ม มีดจุ้มลงไปเล๊ยยยยย
 
งัม งัม เริ่มชิมส่วนที่ยังไม่ได้ราดไซรัปก่อน กัดเข้าไปคำแรก..
เนื้อแพนเค้กนี่นุ่มฟู และมีเนื้อสัมผัสหยาบๆ เกือบจะร่วนเลย รสชาดออกเค็มนิดๆ กำลังดี ไอซิ่งที่โรยมาบางๆ ทำให้มีความหวานแทรกขึ้นมาระหว่างเคี้ยวนะ สำหรับคนที่ไม่ชอบไซรัป กินเท่านี้ก็เพลิดอ่ะ
 
คราวนี้โดนส่วนที่ราดไซรัปบ้าง กลิ่นมาก่อนเลย หอมขึ้นจมูกมากก ทำให้คิดถึงชิบูย่าโทสของ อาฟเตอร์ยูวววว
แต่กินไปได้นิดเดียวก็แอบเลี่ยนน่ะ ไม่รู้เป็นเพราะมันหวานเกินไปมั้ย แต่ไอติมวานิลลานี่ช่วยได้เยอะเลย
ทำให้กินต่อได้เรื่อยๆ เห็นว่ามีแค่สองชิ้น แต่กว่าจะช่วยกันหมดนี่แทบจุก
 
 
และแล้วก็ได้เวลาวางมีดกะส้อม พร้อมควักกระเป๋าตังค์เดินไปที่เคานเตอร์แคชเชียร์ ..อร่อยจัง..Wink
 
 
---------------------------------
 
 
ถ้าเปรียบ The Rocks เป็นก้อนหิน
คงจะเป็นก้อนหินที่แช่อยู่ในน้ำตก ที่มีความเย็นและไออุ่นจากแสงแดด
เราอยากจะเดินวนไปวนมาบนหินก้อนนี้อยู่ทั้งวันเลย
แต่ทำยังไงได้ ชีวิตนี้เรายังต้องเดินบนหินอีกหลายก้อน
 
หลายครั้งที่เท้าเราบวมเพราะบังเอิญเดินบนหินเผาไฟเข้า
ในวันที่พลาด เราอาจจะโดนเศษหินบาดเอา
แต่เชื่อเถอะว่าเมื่อเราเท้าบวมหรือมีเลือดออก
เราคงไม่ย้อนกลับไปเดินบนหินก้อนนั้นอีก
 
--------------------------------
 
และแล้วก็ขออำลาวันเดย์ทริปที่แสนสุขอีกหนึ่งวัน
สำหรับคนที่อยากจะมาเยี่ยมชมโอเปร่าเฮ้าส์ และเดินชิลล์ที่เดอะร็อค แนะนำให้มาวันเสาร์จะดีที่สุดนะคะ
คนจะน้อยกว่าวันอาทิตย์จ้า
 
 ---------------------------------
 
สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับด้านบน ตามเข้าไปดูที่นี่เลย

Comment

Comment:

Tweet

@bluenin007 ยินดีเลยค่า confused smile confused smile

#5 By SevendayZ on 2012-09-19 09:40

ขอบคุณค่าา ถ้ามีโอกาสไป จะแอบรบกวนขอข้อมูลเพิ่มเติม อิอิอิ open-mounthed smile open-mounthed smile

#4 By bluenin007 on 2012-09-18 20:49

@bluenin007 แนะนำให้มาเดินที่นี่เลยคะ รับรองว่าต้องเป็นที่เที่ยวที่นึ่งที่ต้องถูกใจค่า confused smile confused smile
@mysweetseoul โอ้วว เด๋วต้องลองไปดูช่วงคริสมาสต์บ้างคะ ที่นี่ต้องมีอะไรเซอร์ไพรส์แน่ๆ เลย แต่ติ๊กยังไม่เคยไปเที่ยวเมลเบิร์นเลยคะ แต่อยากไปมากๆ เพราะมีที่เที่ยวน่าไปเยอะแยะเลยค่า

#3 By SevendayZ on 2012-09-17 12:20

ตอนไปซิดนีย์ก็ไปเดิน the rocks เหมือนกันค่ะ ช่วงนั้นเป็นช่วงก่อนคริสมาส มีตกแต่งเก้าอี้วางซ้อนๆกันเป็นต้นคริสมาสด้วย the rocks เป็นที่เที่ยวที่ชอบมากที่สุดเพราะมันดูกุ๊กกิ๊กดี คาเฟ่น่ารักๆก็เยอะ ชอบซิดนีย์มากกว่าเมลเบิร์นอีก แต่ดันไปเรียนที่เมลเบิร์นซะงั้น sad smile
pancake on the rocks เรากินPork Ribs อร่อยมากกกกกกก แต่ร้านนี้มันแปลกตรงที่เค้าทำแพนเค้กกับอาหารคาวได้เข้ากั๊นเข้ากัน
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
สวยจัง ยังไม่เคยมีโอกาสไปซิดนีย์เลยค่ะ อยากไปสักครั้งจัง 
Hot! Hot!

#1 By bluenin007 on 2012-09-16 07:44